ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

Last updated: 12 พ.ย. 2565  |  124 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเป็นโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของผู้หญิงทั่วโลก ซึ่งปกติการเจริญเติบโตของเซลล์บริเวณเต้านมรวมทั้งการทำงานของเต้านมจะขึ้นอยู่กับฮอร์โมน  เช่น เอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน หรือ สารที่กระตุ้นให้เซลล์มีการเพิ่มจำนวนและเจริญเติบโต โดยมักจะเพิ่มขึ้นสูงในช่วงวัยเจริญพันธุ์  ระหว่างการตั้งครรภ์ รวมถึงช่วงที่ให้นมบุตร

มะเร็งเต้านมเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนมที่มีการแบ่งตัวผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมได้ และแพร่กระจายไปตามทางเดินน้ำเหลือง ไปสู่อวัยวะที่ใกล้เคียงเช่น ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ หรือแพร่กระจายไปสู่อวัยวะต่าง ๆภายในร่างกาย โดยมะเร็งเต้านมพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยผู้ชายมีโอกาสพบได้น้อยมากเพียง 1 %  ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม

1.ปัจจัยซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและรูปแบบการดำเนินชีวิต
-ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
-น้ำหนักที่เกินมาตรฐาน
-ขาดการออกกำลังกาย

2.ปัจจัยอื่นๆหรือปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
-อายุที่เพิ่มมากขึ้น
-เริ่มมีประจำเดือนเมื่ออายุน้อยกว่า 12 ปีหรือประจำเดือนหมดช้าหลังอายุ 55 ปี
-การได้รับรังสี
-ปัจจัยทางพันธุกรรมโดยเฉพาะหากครอบครัวมีญาติสายตรง เช่น มารดา พี่สาว น้องสาว หรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านมหลายคนหรือมีญาติเคยเป็นมะเร็งเต้านมพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง
-ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกหลังอายุ 30 ปี
-ผู้หญิงที่กินยาฮอร์โมนทดแทนหลังวัยทองเป็นระยะเวลานานเกิน 5 ปี

จากข้อมูลของกองทุนวิจัยโรคมะเร็งของโลก และสถาบันวิจัยโรคมะเร็งแห่งประเทศอเมริกา (World Cancer Research Fund/American Institute for Cancer Research  หรือ WCRF/AICR) ได้ให้คำแนะนำไว้ว่าการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม

 คำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม

1. หลีกเลี่ยงหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกรณีที่ดื่มแอลกอฮอล์ในผู้หญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 ดื่มมาตรฐานต่อวัน ในผู้ชายไม่ควรเกิน 2 ดื่มมาตรฐานต่อวัน
 ประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์


ประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณ 1 ดื่มมาตรฐานต่อวัน
เบียร์1กระป๋อง  หรือ  1ขวดเล็ก หรือ330มิลลิลิตร
ไวน์1 แก้ว 100 มิลลิลิตร
วิสกี้ หรือ วอดก้าที่มีแอลกอฮอล์ 40-43%3 ฝา  หรือ  30 มิลลิลิตร

2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โรคอ้วนสัมพันธ์กับการเกิดเนื้อเยื่อไขมันที่มากขึ้น ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่สามารถกระตุ้นโรคมะเร็งเต้านมขึ้นได้โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน  ซึ่งโดยปกติหญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนจะสังเคราะห์ฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในรังไข่ แต่ในหญิงวัยหมดประจำเดือนถึงแม้รังไข่จะหยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนแล้ว  แต่เนื้อเยื่อไขมันยังสามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ได้อยู่  ดังนั้นหากมีภาวะอ้วนก็จะทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มสูงขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม นอกจากนี้โรคอ้วนสัมพันธ์กับการเกิด ภาวะเมแทบอลิกซินโดรมซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมี

การเผาผลาญอาหารผิดปกติไป โดยมีระดับอินซูลิน กลูโคส และ insulin-like growth factor ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม

การประเมินดัชนีมวลกาย
BMI
มาตรฐานสากล (ยุโรป)
BMI
มาตรฐานสากล (เอเชีย)
การแปรผล
< 18.5
< 18.5
น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน
18.5-24.9
18.5-22.9
ปกติ
25-29.9
23-14.9
อ้วนระดับ 1
30-34.9
25-29.9
อ้วนระดับ 2
35-39.9
มากกว่าหรือเท่ากับ 30
อ้วนระดับ 3
มากกว่าหรือเท่ากับ 40
-
อ้วนระดับ 4



3. ทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก เช่น โฮลเกรน ผัก ผลไม้ และถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเขียว ถั่วเลนทิล 
อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนท์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แคโรทีนอยด์กลูโคไซโนเลทฯลฯ ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ และยับยั้งการขยายตัวของเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้การทานผักและผลไม้ยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม

รับประทานทานผักโดยเฉพาะผักใบและผลไม้เป็นประจำทุกวันอย่างน้อย 5ส่วน หรือ 400 กรัม/วัน

4. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

4.1   หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารไขมันสูง 
อาหารไขมันสูง เมื่อรับประทานมากๆ จะสะสมกลายเป็นไขมันในร่างกาย และเนื้อเยื่อไขมันสามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลให้เกิดมะเร็งเต้านม
-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันอิ่มตัวหลายตำแหน่ง ไขมันทรานส์ และอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง รวมถึงอาหารแปรรูป

-เลือกอาหารที่มีไขมันดี โดยเฉพาะจากเนื้อปลาโดยเพิ่มการทานปลาอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ น้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก,น้ำมันรำข้าว น้ำมันทานตะวัน  น้ำมันถั่วลิสง รวมถึงไขมันจากถั่วเปลือกแข็งและธัญพืช  ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าการทานไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดีในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้


 4.2 ลดปริมาณการทานเนื้อสัตว์สีแดง
เนื้อแดงที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวมีองค์ประกอบอื่นที่เพิ่มความเสี่ยง มะเร็งเต้านม เช่น      เนื้อวัว,หมู,แพะ,แกะ เป็นต้น  แนะนำไม่ควรทานเกิน 500 กรัม/สัปดาห์ หรือวันละ5ช้อนโต๊ะ/วัน

4.3 ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำอัดลม หรือชานม และขนมหวานซึ่งมีน้ำตาลและไขมันสูง

5. ออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดปริมาณอินซูลินภายในร่างกายไม่ให้ผลิตมากจนเกินไป เนื่องจากปริมาณอินซูลินที่มากเกินไปจะส่งผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์ที่มากขึ้นรวมถึงกระตุ้นการเกิดมะเร็งเต้านม

การออกกำลังกายที่ดี ควรทำอย่างเป็นประจำและมีความสม่ำเสมอ ควรทำให้ได้ 3 – 5 ครั้ง/สัปดาห์ และ ครั้งละประมาณ 30 – 45 นาที (150 นาที/สัปดาห์)

6.วิตามินและอาหารเสริม
สำหรับผู้ป่วยที่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ อาจไม่มีความจำเป็นต้องเสริมสารอาหารแต่สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานได้น้อยลง ทำให้ได้รับวิตามินหรือสารอาหารไม่เพียงพอ อาจต้องใช้วิตามินหรืออาหารเสริมช่วยซึ่งควรปรึกษาแพทย์ก่อน
 
7.ความเชื่อของอาหารกับมะเร็งเต้านม

1. ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
ปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงมากมีส่วนกระตุ้นการเกิดมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิดไวต่อฮอร์โมน แต่อย่างไรก็ตามการทานถั่วเหลืองตามธรรมชาติที่มีสารไอโซฟลาโวน(สารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน) ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมเนื่อจากมีปริมาณสารไอโซฟลาโวนน้อยมาก ดังนั้นสามารถทานได้ แต่ควรหลีกเลียงอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากถั่วเหลืองทีมีความเข้มข้นสูงทีใช้ทดแทนฮอร์โมน

2. การงดน้ำตาลเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
เซลล์มะเร็งไม่ได้ใช้น้ำตาลจากอาหารแต่ใช้น้ำตาลที่ตับสร้างขึ้น ดังนั้นสามารถทานอาหารที่มีน้ำตาลได้แต่ต้องในปริมาณที่เหมาะสม สิ่งที่สำคัญของการลดน้ำตาลเพื่อป้องกันภาวะอ้วนซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม ดังนั้นจึงเน้นให้ควบคุมการดิ่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือการทานขนมหวาน รวมถึงไม่เติมน้ำตาลเพิ่มในมื้ออาหาร และเลือกบริโภคคาร์โบไฮเครตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวธัญพืชต่าง ๆ ขนมปังโฮลวีท ซึ่งมีวิตามินและสารอาหารมากกว่า

3.เนื้อสัตว์และเนื้อแดง           
ไม่ใช่เนื้อสัตว์ทุกชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง แต่เป็นเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ดังนั้นพยายามหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์กลุ่มนี้เช่น เนื้อวัว หมูติดมัน แพะ แกะ  เป็นต้น รวมถึงอาหารแปรรูปต่างๆ เช่นไส้กรอก ลูกชิน แฮม เบคอน เนื่องจากมีการเติมสารกันบูด และแนะนำวิธีการปรุงที่ปลอดภัยมากขึ้น หลีกเลี่ยงการปิ้ง ย่าง ทอด

4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวแล้ว ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะเป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งไม่ใช่แค่เต้านม แต่ยังรวมถึงมะเร็งช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ เช่นกัน

5.นมและผลิตภัณฑ์จากนม
มีงานวิจัยหลากหลายที่พูดถึงผลของการบริโภคนมในทิศทางที่แตกต่างกัน  ดังนั้นถ้าจะเลือกดื่มนมให้ดื่มนมที่มีไขมันต่ำซึ่งจะมีไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าแทน
 
6.เน้นทานผักผลไม้เป็นหลัก
การทานผักผลไม้นอกจากจะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ใยอาหารในผักผลไม้ยังเป็นตัวสำคัญที่อาจช่วยป้องกันการดูดซึมฮอร์โมนเอสโตรเจนในลำไส้ นอกจากนี้การทานผักและผลไม้ยังช่วยควบคุมน้ำหนัก ป้องกันโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้